วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2551

ชีวิตเข้าจังหวะ

ทุกคนเคยเข้าจังหวะ กิจกรรมเข้าจังหวะ ,เต้นเข้าจังหวะ,เดินเข้าจังหวะ ,ชีวิตเข้าจังหวะ คงจะสนุกดี ก็ชีวิตเข้าจังหวะไงอ่านแบบไม่คิดอะไรเลย ชีวิตเข้าจังหวะ รัวๆเร็วๆ มันคงเป็นชีวิตที่มีแต่ความสนุก มีสีสัน เสีบงหัวเราะ
ยักย้ายส่ายหัว เออ......
แล้วมันใช่อย่างนั้นจริงๆเหรอ ถ้าชีวิตมันคือการขับเคลื่อนตัวตนให้เป็นไปตามทาง ทางของใคร ไม่ใช่ทางใครทางมัน มันคือทางของเราของตัวเอง ลมหายใจที่เข้าออกคงมีน้อยคนที่ชอบหาเหตุผล หายใจเพื่ออะไร คงไม่มีความหมายเท่าลมหายใจที่เราสูดเข้าไปทำให้เกิดอะไรดีขึ้นในชีวิตหรือยัง คงเคยได้ยินคำกล่าวประมาณว่า พระเจ้าประทานของ 2สิ่งมาเท่าๆกันแก่มนุษย์ 1.นั้นคือเวลา 2.นั้นคือความคิด เออขอโก้หน่อยเรียกว่าความฝันละกัน
คงมีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างแต่มันก็เท่านั้น เพราะยังไง2สิ่งนี้ก็เป็นอุปกรณ์ในการขับเคลื่อนชีวิตเราอยู่ดี
เวลากับสมองจะเท่าไม่เท่า สุดท้ายชีวิตก็ต้องก้าวต่อไป
และวันที่ดีที่สุดของเราก็จะถูก เมมโมรี่ไว้ในความทรงจำส่วนเรื่องร้ายๆก็จะกลายเป็นของเสียถูกขับถ่ายออกทางน้ำตา,ทางคำนินทา,ทางลมหายใจที่อยากถอนวินาทีอันเลวร้ายออกไป มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องทั้งดีและร้ายสุดท้ายมันก็จะผ่านไป ไม่ได้ต้องการมาให้กำลังใจกับตัวเองหรือใครๆนะ เรื่องของชีวิตมันก็มีเท่านี้จริงๆ แต่เรื่องของจังหวะชีวิตน่ะ เร็วๆนี้เราเพิ่งมาเจอกับตัวแล้วคิดได้ว่ามันไม่แน่นอน เราจึงคิดแล้วว่าต่อไปก่อนที่จะกล่าวออกไปว่าชั้นจะต้องไม่มีทางทำอย่างนั้นอย่างนี้แน่ๆ หรือถ้าเป็นชั้น ชั้นจะไม่ทำมันหรอกอะไรทำนองนี้ ซึ่งมานั่งคิดเอาเองเลยว่า
ที่เคยพูด ไว้มันคือการรู้เท่าไม่รู้ ของคนที่มองโลกแคบๆ เราจะไปรู้ได้ยังไงในวันที่เหตุการณ์บางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา มีหลายสิ่งที่ถูกรวบยอดเช็คบิล จนทำเอาตัวเองซึมจ๋อย กับเรื่องโง่ๆที่ ไม่คิดจะทำทั้งหมดวันนี้ทำไมเรากลับทำมันวะ เคยอ่านเจอ เค้าว่ากันว่าชีวิตคนเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 7ปี รอบที่ผ่านมาก็พิสูจน์คำกล่าวนี้ได้จริงๆมันเป็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ที่หักเหชีวิตเลยก็ว่าได้ ทุกๆ7ปี เออไม่ใช่เลิกกับแฟนหรอกน่า แต่ไอ้หลายเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดจะทำแต่พอทำไปแล้วเพิ่งมานึกถึงคำพูดของตัวเองได้ว่าจะไม่ทำเนี่ย มันขำว่ะ ขำในความเขลาของตัวเองนัก เช่นที่เคยบอกกับตัวเองว่ากูจะไม่สูบบุหรี่ เหตผล.... บรา..บรา..บรา...(รับรองไม่ได้คำนึงถึงข้อความหน้าซองเลยซักนิด สูบทำไม สูบแล้วเท่ส์ เหรอก็ไม่ใช่) ด่าเขาไว้เพียบ เหอ เหอ เอนี่ไม่ใช่การสารภาพผิดของคนเพิ่งดูดบุหรี่หรอก เอามายกตัวอย่างไว้เท่านั้น ชีวิตมันเหมือนนั่งรถไฟเลยโดนเหวี่ยงบ้าง กระชากบ้างอันตัวเราก็สาเหตุหนึ่ง แต่เราเชื่อว่ามันไม่ใช่เราเองทั้งหมดที่ทำให้ชีวิตคนเราเป็นเช่นนี้ เรามีความเชื่อที่ว่ามันเป็นผลมาจากสายลมของการกระทำที่เป็นระลอกคลื่นด้วยส่วนหนึ่ง เคยได้ยินคำว่าButterfly Effectมั้ยนั่นล่ะมันคือที่มาของโชคชะตาทั้งหมดที่คนทั้งโลกกำหนดร่วมกัน อึ๋ยมีคนเริ่มหาว เริ่มว่าเราเครียดละ เออมันก็ความเชื่อส่วนบุคคลอ่ะนะ ยาว ยืด ใช้ชีวิตเพื่อกำหนดจังหวะชีวิตให้ตัวเอง เท่าที่ตัวเราพอทำได้ดีกว่า อย่าคิดมากลงลึกในรายละเอียดในเรื่องราวต่างๆที่กำลังจะผ่านไปมากเลยมองชีวิตเป็นจังหวะสิ พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น

ไม่มีความคิดเห็น: