วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

SEPTEMBER ISSUE ภายใต้หน้ากากนางมารร้าย



ได้ไปดู SEPTEMBER ISSUE มาเรียกได้ว่าอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่สุดอิ่ม สุดชื่น สุดสุด เคยมั้ยถ้าทำอะไรเหนื่อยๆ มาแล้วได้นั่งพักภายใต้ร่มไม้ใหญ่ที่มีลมพัดเย็น พระเจ้าช่วย ไม่ได้เป็นมานานมาก ที่ได้ไปดูหนังในโรงภาพยนตร์แบบติดๆกัน ใครเอ่ยที่แอบจี้ด แปร๊บปร้าบ แล้วเผลอนึกถึงตัวเองในหนังบ้างยกมือขึ้น
โธ่นึกว่าเริ่ด คิดว่าเชิ่ด ประมาณดราม่าชั้นดี ตามที่เหล่าบรรดาRECOMMENTERสำนักต่างๆในหนังสือภาพยนตร์ที่อ่านๆเจอว่าไว้ แต่เมื่อพิสูจน์ด้วยตาตัวเองมันกลับมิใช่ซะทีเดียว ไม่มีทะเลาะระเบิดอารมย์ดังคาด ไม่มีร้องไห้นองน้ำตาให้เห็น แต่SEPTEMBER ISSUE มีความเป็นจริงของคนทำงานด้านสร้างสรรค์สื่อแถมยังเป็นสื่อนำแฟชั่นที่มีผู้ซื้อถึง 13ล้านคน ใครมีเอี่ยวข้องแวะกับสายงานด้านนี้แอบมียิ้มเล็กๆแถมตบเขาฉาดว่ามันใช่เลยทีเดียว สไตล์ไม่ได้หวือหวา ลั้นลันลามากมาย(จะมีไว้เพื่อกลบงานภาพที่ตัดมาไม่ดี จะมีทำไม) ลูกความเก๋ไก๋เพื่อบ่งบอกว่าเป็นงานนำเสนอด้านแฟชั่นเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องซาวด์และดนตรี ที่มีมาถูกที่ถูกจังหวะใส่ร่วมกับภาพแล้วไม่ต่างกับมองนางแบบเดินSHOW บนCATWALK
หากจะเถียงเรื่องความหวือหวา ถ้าเกี่ยวข้องกับ FOOTAGE แล้วล่ะก็เห้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเรื่องราว
เกี่ยวกับแฟชั่นภาพเหล่า CELEB , รันเวย์ SHOWเป็นสิ่งที่ขาดไปแล้วจะเรียกว่าเป็น DOCUMENT เกี่ยวFASHIONเหรอ
ภาพใต้ฉายาที่ใครๆเรียกกล่าวเธอว่าราชินีน้ำแข็งสำหรับแอนนา วินทัวร์ มีมุมสะท้อนของความจริงที่ว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งอยู่แถวหน้ายิ่งต้อง
นำหน้ารวดเร็วไม่ให้ใครแซงและเด็ดขาดอยู่เสมอ นั่นคือความเป็นจริงในฐานะผู้นำนิตรสารแฟชั่นระดับแถวหน้าของโลก เธอก็แค่ปุถุชนธรรมดาที่อยู่ในฐานะและตำแหน่งที่ต้องปกครองลูกน้องที่แน่นอนมี อินเนอร์มากมาย ขาไม่แข็ง แรงไม่มี คงโดนกระแสพัดปลิวอยู่ไม่นาน เพราะอย่างนี้หรือเปล่าคนในวงการบางคนจึงต้องแรงและกระโดดไม่หยุด ทำตัวให้เด่นตลอดเวลา ในยุคสื่อที่เร็วยิ่งกว่ากระพริบตา แต่เจ้วินทัวย์เห็นจะเป็นตัวแม่อย่างแท้จริง ซึ่งเหตุผลก็เป็นเรื่องของสิ่งที่เธอเป็นและทำอยู่คือเรียกได้ว่าต้องนำ ต้องล้ำ ต้องแตกต่างอย่างมีสาระเพราะใครๆก็รู้จัก VOGUE และเธอก็คือ
โป๊ปของของอาณาจักรแฟชั่นมิใช่หรือ เธอก็เหมือนหญิงที่ต้องทำตัวเป็นชาย ต้องเฉียบขาดและฉับไวในการตัดสินใจ, แคร์คนมากมันเหนื่อยมิใช่หรือ, มองอะไรที่ต่างเพื่อสร้างกระแสอันนี้ต้องยอมรับในเรื่องประสบการณ์ และเออความร้ายกาจของเธอบางทีเจ้ทัวร์อาจมี 2 เพศในร่างเดียวนี้กระมังถึงได้แร๊งงง ให้เป็นที่มาของฉายานางมารร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอยิ่งใหญ่อันนี้จำเขามาและก็เป็นที่มาของหัวข้อเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดเลยก็คือ นอกจากจะมีสายตากว้างไกลเธอยังเป็นนักให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ นี่ละมั้งคุณสมบัติของคนที่ยิ่งใหญ่สร้างอิทธิพลในตัวเองลำพังเรื่องการทำงานเก่ง บรา บรา บราอื่นมากมายใหนเลยจะเป็นเรื่องการสร้างคนคือการให้โอกาส ภายใต้หน้ากากที่เย็นชาแฝง
ความร้ายกาจ ลมพัดโชยอ่อนๆ กิ่งกล้าของลำต้นอาจโน้มให้ลมโชย อยู่ที่ใครคนนั้นจะจับสายลมนั้นถีบตัวเองบินให้สูงต่อไปให้ได้
ความสร้างสรรค์ของตัวเรื่องในส่วนตัวชอบที่ผู้กำกับเลือกใช้ FOOTAGEเล่าในเรื่องของอารมย์ได้อย่างจิกกัดบางจังหวะ สอดคล้องกันดีอย่างเรื่องของ
เกรซ มิราเบลลา หัวหน้าครีเอทีฟที่แอบวีนเจ้วินทัวร์หลายยกเกี่ยวกับFASHION SET ของเธอ ที่เจ้วินทัวร์เขี่ยออกจนแทบไม่เหลือ แต่สุดท้ายก็ดผล่กลับเข้ามา
จะว่าไปแล้ว เกรซ มิราเบลลา เป็นตัวละครที่น่ารักและเพราะเธอมีส่วนในVOGUE เรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างแท้จริง
นอกจะเห็นกระบวนการ การทำงานของMAGAZINEระดับโลกอย่าง VOGUE มีขั้นตอนที่
เนี้ยบมาก และชีวิตของคนทำงานอย่างเจ้วินทัวร์หรือเกรซ ดูอย่างหยาบและผิวเผินมันน่าจะเป็นอาชีพในฝันของผู้หญิงที่รัก FASHIONและชอบความสวยงามหลายๆคน แต่เชื่อว่าเมื่อได้รู้จักและสัมผัสอย่างแท้จริง ตัวจริงเท่านั้นที่จะมีที่ยืน ซึ่งหมายถึงทุกสายงานถ้าทำด้วยใจจริงและสู้สุดใจขาด


ไม่มีความคิดเห็น: