หันไปทางใหนใครๆก็มีปัญหา ตัวปัญหากำลังโบกมือทักทาย ว่ากันไป หากปัญหามีตัวเป็นๆ มันคงจะเป็นคนที่ชอบยุ่งจุ้นจ้านหรือทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแต่ไม่เคยรุ้ตัวเลยว่าไม่มีใครต้องการแก ไปๆชิ้วๆ แต่มันจะค่อยๆ ขยับ เขยิบกระแซะเข้ามาชิดทำตัวน้อยนิดอิงแอบหาที่อยู่อาศัยวนเวียนรอบๆตัวกูเอ้ย เราเป็นพวกไล่ไม่ไป ฟังภาษาคนไม่ออกยิ้มหน้าตาเฉย(เอ้ยแกไปโกรธใครมาฟะ) ถ้ามีสโลแกนมันก็จะบอกคุณว่า "ปัญหาเคียงข้างคุณเสมอ...รักนะจุ้บจุ้บ"
ระยะหลังมานี้ที่กำลังฝึกวิทยายุทธ มองโลกในแง่ดี(ที่ได้มาจากใครบางคน) ทำให้เมื่อตัวปัญหาวิ่งเข้าชนหลังจากคอตกอยู่ซักพัก ก็ต้องนั่งมองมันอยางเอ็นดูเหมือนมิตรคู่บ้าน ทาถูทาถู บ้า!!ไม่ใช่ยาหม่อง
ปัญหาทำให้เหนื่อย บางคนบอกว่าเซ็ง เออเครียดโว้ย เกลียดคำว่าเครียดจังเหอ เหอ ต้องยอมรับว่าถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายคงมานั่งมองแล้วกลั้วยิ้ม(ฝืนๆ)ก็ลำบาก เพราะว่าปฏิกิริยาจะเป็นลูกโซ่เหมือนโดนไฟฟ้าช้อตแล้วต้องรีบไปแปะมือเพื่อน(ที่กูเกลียด )(ความคิดเลวนะเนี่ย) เออว่ะ ความเหนื่อยหน่ายของปัญหาคือการดิ้นรนทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ปัญหามันจบเร็วที่สุด แล้วมันก็เหนื่อยนี่เป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นนั่นล่ะพอปัญหามันคิดถึงมาหาเรามากเข้า มากเข้า กูบอกว่ากูไม่ได้เหงามันก็มาจั้ง เราก็เซ็งเจอซ้ำๆบ่อยๆมันเซงง
วิทยายุทธที่ฝึกปรือก็รับมือได้เฉพาะบางเรื่อง แต่บางเรื่องบางตัวปัญหาที่น้ำหนักตัวมันมากเราแบกไม่ไหวกูก็หนักก็ฝืน (เออว่ะพักนี้ปวดหลังไม่หายมีคนบอกว่าเห็นเงาลางๆนั่งค่อมอยู่ที่บ่า) การแบกสำหรับใครไม่รู้นะซึ่งเป็นเราแล้วการเอาความรู้สึกคน หรือเก็บความคาดหวังใครมาไว้กับตัวสบัดยังไงก็ไม่หลุดนี่แมร่งเหนื่อยสุดเออ....คือเป็นเรื่องระยะเวลามากกว่าคนที่ลักษณะตัวตนเป็นฟองน้ำจะเข้าใจดีพวกซึมซับดีเยี่ยม มีแถบกันซึมเปื้อน คือรับไว้หมดอ่ะ เราก็คล้ายจะเป็นเช่นนั้น มันก็เลยเหนื่อยมากหน่อยยิ่งสภาวะแบบนี้หันไปทางใหนก็มักจะเห็นคนที่เดินสวนทางเดินหลังค่อมๆกันทั้งนั้น เราก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้มีชั้นคนเดียวหรอกนะ
วิทยายุทธอีกแบบนึงที่ช่วยได้เยอะ(พิสูจน์ทางการแพทย์แล้วเห็นว่าดี) ไม่รู้สิคือช่วงนี้ต้องทำงานออกบู้ทบ่อยภาคสนามเจอคนหลายแบบอีกสังคม คนที่ผ่านไปมาไม่มีภาระผุกพันธ์มาแล้วก็ไป บางทีการให้ การทำอะไรที่เป็นการช่วยพวกเขาแล้วมีการพูดคุยกันเห็นพวกเค้ายิ้ม เค้าดีใจ เออแปลกนะเรารู้สึกดีไม่รู้ตัว เช่นวันนี้ขายของให้น้องๆ จู่ๆน้องเค้าพูดเล่นๆว่า100 ละกัน ชั้นยิ้มเออบ้ามากูบ้าไป จิงจะให้ฟรีก็ยังไง แต่เห็นรอยยิ้ม ความขี้เล่นแบบหนุกๆ เผลอเออไปกับมันพอพวกมันหัวเราะ เออกูให้ว่ะทั้งๆที่ของเหล่านั้นราคามันสูงอยู่ ก็ตามนั้นแค่พอคิดมันก็พลอยมีความสุขไปด้วยพวกมันเป็นพวกข้าวใหม่ปลามันมาซื้อกรอบรูปคู่ทำจากแก้วเออกะจะไปใส่รูปคู่ เออวันนึงพวกมึงทะเลาะกันของกูชิ้นนี้คงเป็นข้าวของให้พวกมึงปาแตกแน่ๆ เออคิดแล้วขำ(หรือว่ากูจะผิดปกติวะเนี่ยที่คิดปายด้ายยย ขำๆฮาๆ) เออ ปัญหาตัวซน คนขี้เหงาไม่มีใครรัก น่าสงสารแล้วตัวปัญหามันจะมีปัญหามั้ยเนี่ย
วิทยายุทธที่กำลังฝึกในบทมองโลกในแง่ดีนี้คือการละความรู้สึก เวลาเกิดปัญหาหลายคนมักจะมองและมุ่งคิดแต่สิ่งที่อยู่รอบๆปัญหา เช่นแมร่งเค้าต้องเกลียดกูแน่เล้ย, กูทำไงดีวะเนี่ยเค้าจะเข้าใจกูมั้ย,พรุ่งนี้กูจะทำไงกับเธอดี, ลืม ลืม อะไรคือปัญหาที่แท้จิงวะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบพูดกันตรงๆชอบอ้อม โค้งๆ เลี้ยวๆ เบลอๆปัญหาชอบอยู่กันตรงนั้นเป็นเราเป็นตรงนั้น นั่นล่ะจะเชือดความรู้สึกกลัว, ตื่นนั้นยังไงแล้วทำไงจะตรงได้ทำอย่างไรให้ปล่อยสิ่งที่แท้จริงในใจนั้นออกไปได้ปัญหาอยู่ที่ตัวเราเอง อุ้ยงั้นคงไล่เจ้าตัวปัญหาไม่ได้แล้ว เพราะตัวเองคือปัญหา เอองั้นทำไงดี ชั้นกำลังฝึกตัวเองให้คิดว่าเลิกคิดถึงความรู้สึกคนอื่นได้แล้ว หัดห่วงความรู้สึกตัวเองบ้างถ้ามันถูกต้องแล้วจะโกรธจะเกลียดก็ช่างแมร่ง แต่บางอย่างคิดเองเออเอง ฝ่ายเดียวก็กลายเป็นเรื่องรู้ไม่เท่าทันอีก หลายครั้งการเชือดความรู้สึกตัวเองก็ต้องเป็นไปอย่างจายเยนเยน
ตัวปัญหามักจะสอนบทเรียนให้เสมอๆ สอนให้รู้ถ้าสถานะการณ์นั้นเรายังไม่ตายไปก่อน ถ้าเราไม่แพ้ไปกับมันก็เหมือนยาขมน้ำเต้าทองที่ดื่มเวลาร้อนในจริงๆ หายเป็นปลิดทิ้งตุ่มร้อนในหายไป แต่มันก็จะกลับมาเรื่อยๆ ให้เราได้เอารสขมๆของน้ำเต้าทองดื่มเข้าปากอีก แน่นอนอาการร้อนในไม่สามรถหายจากปากมนุษย์ฉันใดปัญหาของมนุษย์ก็ฉันท์นั้น (สาธุ) งั้นก็สบายใจได้ไม่เคยมีใครตายเพราะร้อนในอย่างนั้นคงไม่เคยมีใครตายเพราะเกิดปัญหา เออถ้าปัญหาหญ่ายๆแบบว่าติดหนี้มาเฟีย เป็นชู้กับเมียข้างบ้านเนี่ยอันนี้ก็คิดซะว่าเราเป็นหนองใน หรือเป็นเอดส์ละกันเพราะยังไงไม่เพิ่งหมอก็มีแต่ตายกับตายอ่ะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น